ยิปมัน 3 เปิดตำนานปรมาจารย์หมัดหย่งชุน

ยิปมัน เปิดตำนานปรมาจารย์หมัดหย่งชุน ชื่อภาษาไทยของภาพยนตร์สัญชาติฮ่องกงเรื่อง The Legend is Born – Ip Man (จีนตัวย่อ: 叶问前传; จีนตัวเต็ม: 葉問前傳) นำแสดงโดย โต หยูฮัง, หยวนเปียว, หง จินเป่า, ฟาน ซิ่วหว่อง, หวงอี้, หลินเซี๊ยะ และ ยิปชุน

เนื้อเรื่อง
ฝ่อซาน ในปี ค.ศ. 1905 ยิปมัน และ เทียนซือ พี่ชายบุญธรรมเข้าสู่สำนักจินอู่ ซึ่งเป็นสำนักมวยหย่งชุนของ เฉินหว่านซุน (หง จินเป่า) โดยการฝากฝังของบิดายิปมัน ทั้งคู่จึงตั้งใจฝึกหย่งชุนซึ่งเป็นวิชากังฟูซึ่งผู้หญิงเป็นผู้ค้นคิด ซึ่งมีหัวใจคือการใช้ความอ่อนหยุ่นสยบความแข็งแกร่ง โดยที่เฉินหว่านซุนสั่งสอนทั้งคู่เสมอมาว่า ฝึกกังฟูเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า

แต่ในปีถัดมา เฉินหว่านซุน ก็ถึงแก่กรรม สำนักจิงอู่จึงตกอยู่ในความดูแลของ อู๋จงซู (หยวนเปียว) ศิษย์คนโตของเฉินหว่านซุน ขณะที่ทั้งยิปมัน (โต หยูฮัง) และ เทียนซือ (ฟาน ซิ่วหว่อง) ก็เติบโตขึ้นเป็นหนุ่ม โดยมี เหม่ยเว้ย หญิงสาวอีกคนที่เข้าสำนักมาพร้อมกันแอบชอบยิปมันอยู่

ต่อมา ยิปมันได้ไปเรียนต่อที่โรงเรียนเซนต์สตีเฟ่น ที่ฮ่องกง ณ ที่นั่นยิปมันได้แสดงฝีมือหย่งชุนสั่งสอนฝรั่งที่ดูถูกชาวจีน ชื่อเสียงของยิปมันจึงเป็นที่ประจักษ์ ต่อมายิปมันได้เจอกับ เหลียงปึ๊ก (ยิปชุน) ซึ่งเป็นเสมียนแก่ ๆ คนหนึ่งในร้านขายยา ยิปมันได้ประลองฝีมือกับเหลียงปึ๊กแต่สู้ไม่ได้ เมื่อรู้ว่าเหลียงปึ๊กมีศักดิ์เป็นน้องชายของเฉินหว่านซุน แต่ทั้งคู่มีเรื่องทำให้ต้องผิดใจกัน เหลียงปึ๊กจึงเป็นฝ่ายหลบมาอยู่ที่ฮ่องกง เหลียงปึ๊กได้ใช้หย่งชุนในแบบที่สำนักจิงอู่ไม่ได้สอน คือ การใช้เท้าเตะสูง ยิปมันจึงฝึกกับเหลียงปึ๊กจนชำนาญขึ้น

เมื่อยิปมันกลับมา ได้ใช้หย่งชุนแบบใหม่ที่เรียนมาจากเหลียงปึ๊กมาแสดงให้ทุกคนในสำนักดู ทุกคนตื่นเต้นดีใจและพน้อมจะเรียน แต่ทว่า จงซู ศิษย์พี่ใหญ่กลับไม่เห็นด้วย และหาว่าวิชาที่ยิปมันเรียนมานั้นเป็นวิชานอกรีต จนถึงขั้นจะขับยิปมันออกจากสำนัก

ขณะเดียวกันนั้น ชาวญี่ปุ่นกำลังแผ่อิทธิพลมายังประเทศจีนโดยผ่านการค้าขาย คิตาโน่ (เคนยา ซาวาดะ) เป็นหัวหน้า หลี่มันโฮ ซึ่งเป็นหัวหน้าสมาคมการค้าของชาวจีนไม่เห็นด้วยกับพวกญี่ปุ่น ขณะที่ เทียนซือ ที่ได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้ากลับเห็นด้วย ต่อมาในงานแต่งงานของเทียนซือกับเหม่ยเว้ย คิตาโน่ส่งของขวัญมาให้แก่เทียนซือ ซึ่งเป็นปริศนา ในคืนนั้นเอง หลี่มันโฮ ถูกฆ่าตาย ยิปมันสงสัยว่าเป็นฝีมือของเทียนซือ แต่ยิปมันกลับถูกใส่ความว่าเป็นฆาตกร ซวงหวินชิง (หวงอี้) หญิงคนรักของยิปมัน ซึ่งเป็นบุตรสาวของรองนายกเทศมนตรี (หลินเซี๊ยะ) ได้ช่วยยิปมันเอาไว้

ต่อมา เหม่ยเว้ย พบว่าที่แท้แล้วเป็นฝีมือของเทียนซือจริง ๆ จึงถูกพวกญี่ปุ่นจับตัวไป ยิปมันจึงสู้กับเทียนซือ ซึ่งเทียนซือสารภาพว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นนายทหารญี่ปุ่นปลอมตัวเข้ามา ยิปมันและจงซูจึงต้องต่อสู้กับพวกญี่ปุ่นที่บุกเข้ามาและใช้ดาบซามูไรเป็นอาวุธ ขณะที่ยิปมันมีแต่เพียงไม้พลองและต้องบุกเข้าไปช่วยเหม่ยเว้ย

ท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 1929 ยิปมันและหวินชิงได้แต่งงานกัน และมีลูกชายเล็ก ๆ คนหนึ่ง คือ อาชุน ยิปมันได้เปิดสำนักสอนมวยหย่งชุนขึ้นตามฝัน และอู๋จงซูยอมรับในวิชาหย่งชุนแบบที่ยิปมันใช้

เบื้องหลัง
The Legend is Born – Ip Man นับเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่เป็นเรื่องราวชีวประวัติของยิปมัน ปรมาจารย์มวยหย่งชุนซึ่งมีตัวตนอยู่จริง ซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1893-ค.ศ. 1972 ซึ่งนับเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับยิปมันเป็นเรื่องที่ 3 นับจาก Ip Man และ Ip Man 2 ที่เข้าฉายก่อนหน้านั้นไม่นาน และประสบความสำเร็จอย่างมากทั้ง 2 ภาค

แต่สำหรับเรื่องนี้ ทีมงานผู้สร้างไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ก่อนหน้านั้น 2 ภาค ถึงแม้ว่าจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวประวัติของยิปมันเองก็ตาม ซึ่งเนื้อหาในเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวของยิปมันตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งเติบใหญ่ เป็นอาจารย์หย่งชุนที่มีชื่อเสียง อันเป็นเรื่องราวก่อนภาพยนตร์ก่อนหน้านี้ 2 ภาค

นักแสดงนำในเรื่อง มี โต หยูฮัง ซึ่งเป็นนักแสดงหน้าใหม่ ผู้เป็นแชมป์วูซูอายุน้อยที่สุดของฮ่องกง ที่เคยร่วมแสดงมาแล้วใน Ip Man และ Ip Man 2 ในบทประกอบ มารับบทเป็นยิปมัน พร้อมด้วยนักแสดงกังฟูที่มีชื่อเสียงอย่าง หง จินเป่า และ หยวนเปียว มารับบทประกอบ และยังได้ ยิปชุน ซึ่งเป็นบุตรชายตัวจริงของยิปมันมารับบทเป็น เหลียงปึ๊ก อาจารย์อาของยิปมัน ซึ่งยิปชุนในวัยถึง 86 ปีแล้ว และนับเป็นบทบาทการแสดงเป็นครั้งแรก สามารถแสดงได้ดี จนกระทั่งมีรายชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยมจาก Movie Channel Media Awards ครั้งที่ 7 พร้อมด้วย โต หยูฮัง และหวงอี้ก็มีชื่อเข้าชิงในสาขานักแสดงนำฝ่ายชายและฝ่ายหญิงด้วย

ภาพยนตร์เข้าฉายที่ฮ่องกงในวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2010 แต่สำหรับในประเทศไทยไม่ได้มีการฉายตามโรงภาพยนตร์ แต่มีการจำหน่ายและให้เช่าเป็นวีซีดีและดีวีดี ลิขสิทธิ์โดย อีวีเอส เอ็นเทอร์เทนเมนท์

Posted in แบ่งปันความสุขให้คุณ | Tagged , , , , , , , | Comments Off on ยิปมัน 3 เปิดตำนานปรมาจารย์หมัดหย่งชุน

เรื่องย่อ รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ 7

พานปินพาถังฟ่านมาพบอู่อันโหวและ "เจิ้งจื้อ" (บุตรชายคนรองของอู่อันโหว) ซึ่งมาดูศพเจิ้งเฉิงที่ฮวนอี้โหลว ก่อนแนะนำว่าถังฟ่านคือทุยกวนของซุ่นเทียนฝู่ เจิ้งฝู (บ่าวรับใช้ของเจิ้งเฉิง) เห็นถังฟ่านก็จำได้ทันทีว่าเขาคือคนที่มีปากเสียงกับนายตนเมื่อตอนกลางวัน ครั้นรู้ว่าเจิ้งฝูเป็นผู้พบศพคนแรก ถังฟ่านจึงถามเจิ้งฝูว่าเกิดอะไรขึ้นหลังพวกตนแยกทางกัน เจิ้งฝูเล่าว่าคืนนี้คุณชายตนมาหาแม่นาง "ชิงจือ" ที่ฮวนอี้โหลวตามธรรมดา แต่วันนี้นางอ้างว่ามีรอบเดือนเลยไม่ยอมให้คุณชายเข้าห้อง  "ชุยมามา" จึงเชิญคุณชายซึ่งอยู่ในสภาพเมามายไปนอนพักที่ห้องด้านข้าง ก่อน  (ทุกครั้งที่มาเจิ้งเฉิงจะนอนห้องชิงจือ) ถังฟ่านถามว่าหลังจากนั้นชิงจือได้ไปหาเจิ้งเฉิงที่ห้องหรือเปล่า เจิ้งฝูตอบว่าตนไม่รู้ เพราะหลังรับใช้และรอให้คุณชาย 'ทานยา' เสร็จแล้วตนก็ออกจากห้องไป ส่วนเด็กผู้หญิงที่แขวนคอตายในห้องตนไม่รู้จัก ตนกลับไปที่ห้องอีกทีตอนยามจื่อ (ช่วง 23.00 – 24.59 น.) พอเข้าไปในห้องก็พบคุณชายนอนตายอยู่บนเตียงและมีเด็กผู้หญิงผูกคอตายใกล้ๆ ถังฟ่านถามต่อว่าก่อนตายเจิ้งเฉิงกินยาอะไร เจิ้งฝูตอบว่ายากระตุ้นกำหนัด "ฟู่หยางชุน" คุณชายตนได้เทียบยามาจากแม่นางชิงจือ ตนจึงนำเทียบดังที่กล่าวมาแล้วไปซื้อยาที่ร้าน "หุยชุนถัง" บนถนนถังสี่ไป๋ (ระหว่างให้การเจิ้งฝูมักเหลือบมองเจิ้งจื้อแบบหวั่นเกรง)

หลังได้รูปพรรณสัณฐานคนจัดยา ถังฟ่านจึงเรียกชุยมามากับชิงจือมาสอบปากคำ ชุยมามาเล่าว่าหลังปล่อยให้คุณชายเจิ้งเฉิงนอนพักครึ่งชั่วยาม (หนึ่งชั่วโมง) คุณจึงบอกให้ชิงจือเข้าไปขอโทษคุณชายเจิ้งเฉิง แต่ชิงจือมองว่าเขานอนหลับเลยออกจากห้องไป ตอนนั้นน่าจะราว  ยามซวี (19.00 – 20.59 น.) ส่วนเด็กผู้หญิงที่แขวนคอตายพวกตนไม่รู้จักเพราะไม่ใช่คนของฮวนอี้โหลว และไม่รู้ว่าคุณมาที่นี่เมื่อใด ขณะสอบปากคำสองสาว ถังฟ่านเห็นคนของจวนอู่อันโหวขนศพเจิ้งเฉิงออกจากห้องจึงรีบร้องห้าม แต่พานปินซึ่งเดินมาพร้อมเจิ้งจื้อกลับอนุญาตให้นำศพเจิ้งเฉิงออกไป ถังฟ่านแย้งว่าคดีนี้มีเงื่อนงำ ตนต้องนำศพกลับไปชันสูตรเพิ่มที่ซุ่นเทียนฝู่ก่อน แต่อู่อันโหวยืนกรานว่าจะนำศพลูกชายคนโตกลับจวน พานปินเห็นดีด้วยและรีบเปิดทางให้เพราะไม่กล้าผิดใจกับจวนอู่อันโหว

Posted in แบ่งปันความสุขให้คุณ | Tagged , , , | Comments Off on เรื่องย่อ รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ 7

Kill Bill

คิลบิล (อังกฤษ: Kill Bill) เป็นผลงานลำดับที่ 4 ของผู้กำกับและนักเขียนบทคนดัง เควนติน ทาแรนติโน (Reservoir Dogs, Pulp Fiction, Jackie Brown) โดยเขาสร้างเรื่องนี้ จากแรงบันดาลใจที่เขามีต่อภาพยนตร์จีนกำลังภายใน, ภาพยนตร์ยากูซ่า, ภาพยนตร์ซามูไร และภาพยนตร์คาวบอยตะวันตก ในช่วงทศวรรษที่ 1970 เข้าฉายในประเทศไทยโดยใช้ชื่อภาษาไทยว่า นางฟ้าซามูไร

เนื้อเรื่อง
Kill Bill Vol.1 เป็นตอนแรกของภาพยนตร์ชุดนี้ โดยภายหลังได้แบ่งออกฉายเป็น 2 ภาค ซึ่งในภาคแรกนี้เป็นในรูปแบบสไตล์ตะวันออก และ Kill Bill Vol.2 นำเสนอในรูปแบบสไตล์หนังคาวเกิล

Volume 1
เดอะไบรด์ (อูม่า เธอร์แมน) เจ้าสาวที่กำลังเข้าพิธีแต่งงานในโบสถ์แถว เอล พาโซ่ แต่บิวล์ (เดวิด คาราดีน) พร้อมพวกสมาชิกได้บุกเข้ามาและเข้าทำร้ายเธอ จากนั้นเธอได้บอกกับบิวล์ว่ากำลังตั้งท้องลูกของเขา แต่บิวล์ก็ยิงเข้าศีรษะเธออย่างอำมหิต

Chapter 1 : 2
5 ปีต่อมา เธอเริ่มออกตามล่าคนที่ทำร้ายเธอในโบสถ์ โดยเป้าหมายนี้คือ จินนี่ เบวล์ (วิวีก้า เอ. ฟอกซ์) หรือ เวโรนิต้า กรีน โดยเธอบุกเข้าไปในบ้านและเกิดการต่อสู้กัน จากนั้น นิกกี้ ลูกสาวของเวโรนิต้าก็กลับจากโรงเรียน และทั้งสองก็หยุดการต่อสู้กัน จากนั้นทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในครัวและพูดคุยกัน แต่ เดอะไบรด์ ไม่ยอมใจอ่อน ทันใดนั้นเวโรนิต้าก็ใช้ปืนที่ซ่อนไว้ในกล่องขนมในตู้เย็นยิงใส่ แต่ เดอะไบรด์ ก็ใช้มีดพกของเธอ ขว้างเข้าใส่หน้าอกของ เวโรนิต้า อย่างเต็มแรง จนเวโรนิต้าขาดใจตายในที่สุด แต่ลูกสาวของเธอก็เข้ามาเห็นเหตุการณ์ โดย เดอะไบรด์ ให้สัญญาว่าถ้าเมื่อไหร่โตขึ้น ก็มาล้างแค้นให้กับแม่ของเธอได้ จากนั้น เดอะไบรด์ ก็ออกเดินทางเพื่อตามล้างแค้นในบัญชีของเธอต่อ ด้วยรถปิคอัพที่ชื่อ "Pussy Wagon"

Chapter 2 : Blood Splattered Bride
ย้อนกลับไปยังเหตุการณ์สังหารหมู่ในโบสถ์ โดย เดอะไบรด์ เป็นผู้เดียวที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้น จากนั้นเธอก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและนอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา ทันใดนั้น แอวล์ ไดร์เวอร์ (แดรีล ฮันนาห์) ก็ปรากฏตัวพร้อมกับชุดนางพยาบาลและชุดเข็มฉีดยากับยาพิษ แต่ บิวล์ ได้โทรมาห้ามก่อนที่แอลล์จะฆ่าเดอะ ไบรด์

หลังจากนั้น เดอะไบรด์ ได้ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับอาการที่ยังโคม่าอยู่ เธอได้หนีออกจากโรงพยาบาลหลังจากที่เธอฆ่าบุรุษพยาบาลที่ชื่อ บั๊ค เธอนั่งเก้าอี้รถเข็นพยาบาล และได้เข้าไปหลบในรถปิดอัพที่ชื่อ "Pussy Wagon" ของบั๊คและเธอก็ฝึกกายภาพบำบัดด้วยการขยับหัวแม่เท้า และเธอได้นึกถึงเป้าหมายแรกที่เธอจะคิดบัญชี

Chapter 3 : Origin of O-ren
เดอะไบรด์ เล่าถึงตัวของ โอเรน อิชิอิ (ลูซี่ ลิว) โดยนำเสนอในรูปแบบการ์ตูนเคลื่อนไหว หลังจากที่ครอบครัวของโอเรนถูกยากูซ่าฆ่าตาย เธอก็เก็บความแค้นทั้งหมด เพื่อรอเวลาสังหารหัวหน้ายากูซ่าที่ฆ่าพ่อและแม่ของเธอ หลังจากที่เธอสังหารหัวหน้ายากูซ่าได้ เธอก็ผันตัวเองไปเป็นนักฆ่ามืออาชีพ โดยภายหลังได้เข้าร่วมเป็นสมุนของบิวล์ และเป็น 1 ใน4 ที่ทำร้าย เดอะ ไบรด ในโบสถ์วันนั้น

Chapter 4 : Man From Okinawa
เดอะ ไบรด เดินทางไปยัง โอกินาว่า เพื่อขอคะตะนะ (ดาบซามูไร) ของ ฮัตโตริ ฮันโซ ที่เลิกจากวงการนี้และหันไปเปิดร้านซูชิ เดอะ ไบรด์ จึงหว่านล้อมด้วยเหตุผลว่าทำไมถึงต้องการดาบ และฮัตโตริก็เข้าใจในจุดประสงค์ของเธอ จึงได้ทำดาบให้เธอเป็นกรณีพิเศษ และเขาต้องผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับบรรพบุรุษว่าจะไม่สร้างดาบไว้ใช้สังหารผู้คน

Chapter 5 : Showdown at the House of Blue Leaves
เดอะ ไบรด์ เริ่มบัญชีแค้นคนแรก คือ โอเรน โดยเดอะไบรด์ สวมชุดขับมอเตอร์ไซค์สีเหลืองแถบสีดำ (ชุดคล้ายๆ บรู๊ซ ลี) เข้ามาในบ้านใบไม้สีน้ำเงิน (House of Blue Leaves) ซึ่งเป็นที่โอเรนกับสมาชิกแก็งค์ 88 ชอบมาสังสรรค์กัน และจากนั้นเดอะ ไบรดก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับต้องฝ่าด่านสมาชิกแก๊งค์ของโอเรน ซึ่งทั้งหมดนี้เดอะ ไบรด์ต้องเจอกับลูกสมุนของแก็งค์ 88 นับสิบ และในที่สุดเดอะ ไบรด์ สามารถจัดการโอเรนสำเร็จ และได้ไว้ชีวิต โซฟี ฟาเทวล์ (จูลี่ ดรัยฟัส) เพื่อมาบอกบิวล์ว่าเธอจะจัดการกับทุกคนที่ทำร้ายเธอในวันนั้น

ฉากจบของตอนนี้ คือคำพูดที่บิวล์บอกกับโซฟีว่า "เธอรู้หรือเปล่า ว่าลูกสาวของเธอยังมีชีวิตอยู่?"

Posted in แบ่งปันความสุขให้คุณ | Tagged , , , , , , , , , , , , , , | Comments Off on Kill Bill

อุ้ยเสี่ยวป้อ

อุ้ยเสี่ยวป้อ (จีนตัวย่อ: 韦小宝; จีนตัวเต็ม: 韋小寶; พินอิน: Wéi Xiǎobǎo เหวยเสียวเป่า) เริ่มนำลงในหนังสือพิมพ์หมิงเป้า เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ.1969 จวบกระทั่ง วันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1972 ค่อยนำลงจบเรื่อง ใช้เวลานำลงสองปีกับอีกสิบเอ็ดเดือน เป็นนิยายเรื่องสุดท้ายของ กิมย้ง ซึ่ง เหง่ยคัง ถือว่าเรื่องนี้เป็นสุดยอดพัฒนาการทางการประพันธ์ของกิมย้ง และเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือกิมย้งว่า "ไม่มีใครเป็นคู่แข่งได้" ความเป็นยอดของเรื่องนี้อยู่ที่เป็นนิยายกำลังภายในที่ไม่ใช่นิยายกำลังภายใน นิยายกำลังภายในโดยทั่วไปมีขนบในการแต่งที่เห็นได้ง่ายอยู่สองประการคือ ตัวเอกต้องเป็นจอมยุทธหรืออย่างน้อยต้องมีวิทยายุทธ และตัวเอกต้องเป็นคนดีในแง่ของคุณธรรม แต่อุ้ยเสี่ยวป้อในเรื่องนี้มีลักษณะตรงข้ามกับขนบดังกล่าวทุกประการ ลักษณะดังกล่าวไม่เคยปรากฏในนิยายกำลังภายในเรื่องใดมาก่อน และเหง่ยคังว่าไม่มีเรื่องอื่นอีกต่อไป เรื่องนี้กิมย้งหันกลับไปใช้ประวัติศาสตร์จีนสมัยจักรพรรดิคังซี แห่ง ราชวงศ์ชิง มีส่วนสะท้อนการเมืองในจีนแผ่นดินใหญ่หลังปฏิวัติวัฒนธรรมอยู่ไม่น้อย แต่ความเด่นอยู่ที่สะท้อนธรรมชาติวิสัยมนุษย์ในสังคมปัจจุบันที่ต้องลดมาตรฐานศีลธรรมลงเพื่อความอยู่รอด เป็นนิยายที่มุ่งสะท้อนความจริงมากกว่าจะชี้นำผู้อ่านอย่างที่กิมย้งเคยสอดแทรกไว้ในแทบทุกเรื่อง นับเป็นการแหวกวงล้อมครั้งยิ่งใหญ่ของนักประพันธ์เอกผู้นี้

ในด้านศิลปะการประพันธ์นั้น งานของกิมย้งมีความประณีตแยบยลทุกด้าน ที่เห็นได้ชัดคือ ด้านสำนวนภาษา กิมย้งมีทัศนะว่านิยายกำลังภายในเป็นวรรณกรรมแบบจีนแท้ แม้จะใช้ศิลปะการประพันธ์นวนิยายช่วยในการแต่ง แต่ไม่ควรใช้สำนวนภาษาแบบนวนิยายของตะวันตก ควรใช้สำนวนภาษาแบบนิยายรุ่นเก่าเช่น สามก๊กของจีน เป็นแนวทางพัฒนาให้เหมาะแก่ยุคสมัย

ฮูหยินทั้งเจ็ดของอุ้ยเสี่ยวป้อ
ซวงเอ๋อร์ (双儿) เป็นสาวใช้ในบ้านขุนนาง อุ้ยเสี่ยวป้ออยู่กับสาวคนนี้แล้วรู้สึกสบายใจเป็นที่สุด เพราะเธอทั้งช่างเอาอกเอาใจ และแสนดี
อาเคอ (阿珂) ได้ชื่อว่างามที่สุดในบรรดาเมียทั้ง 7 เป็นลูกสาวที่เกิดจากหลี่จื้อเฉิงและเฉินหยวนหยวน
ฟางอี๋ (方怡) เมียหลวงของอุ้ยเสี่ยวป้อ จอมยุทธหญิงแห่งจวนอ๋องมู่
มู่เจี้ยนผิง (沐剑屏) ท่านหญิงน้อยจวนอ๋องมู่ อายุน้อยที่สุด
ซูเฉวียน (苏荃) เป็นฮูหยินเจ้าลัทธิมังกรเทพ อายุมากที่สุดในบรรดาเมียอุ้ยเสี่ยวป้อ
องค์หญิงเจี้ยนหนิง (建宁) เป็นพระขนิษฐาฮ่องเต้คังซี สุดแสนจะเอาแต่ใจ
เจิงโหยว (曾柔) เป็นลูกสาวโจรภูเขา

Posted in หนังจีนดูได้ตลอด, หนังจีนมาสเตอร์ | Tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , | Comments Off on อุ้ยเสี่ยวป้อ

เทพมังกรเหนือปฐพี ตอนที่ 14 : ในป่าต้องห้ามรีไรท์

ตอนที่ 14 ในป่าต้องห้าม

 

พอเข้าในป่านั้นเล้งปวยพาทั้งสองคนค่อยๆเดินลัดเลาะไปตามชายป่าที่ต้นไม้ไม่ค่อยจะรกทึบนักเพื่อให้มือใหม่อย่างจวงจั่นกับจวงยี่หลานได้คุ้นเคยกับสภาพก่อนแล้วก็เริ่มวนเข้าป่าลึกไปอีก

จนกระทั่งพอมาได้อีกสักราวๆ2ลี้นั้นจวงจั่นก็เป็นคนแรกที่พลันเริ่มมึนงงกับภาพบรรยากาศรอบๆตัวที่เปลี่ยนไป และต่อมากระทั่งจวงยี่หลานก็รู้สึกเช่นกัน 

ทั้งสองคนมักรู้สึกว่าเดินวนอยู่กับที่จนเริ่มจะวิงเวียน ศีรษะขึ้นมา ที่หนักกว่านั้น บางครั้งจู่ ๆ ทั้งสองถึงกับขวัญผวาคล้ายกับทะยานหลบหลบหนีสิ่งใด พอเล้งปวยถามไป พวกเขาก็ตอบว่าคล้ายดั่งมีพยัคย์ภ หรือสัตว์อสูรดุร้ายพุ่งกระโจนเข้าใส่ 

เล้งปวยจึงบอกทั้งคู่ว่านี่คือป่ามายา หากจิตเราระแวงหรือหวาดกลัวต่อสิ่งใดอยู่ มันจะทำให้เราเห็นสิ่งนั้นบังเกิดขึ้นมาเหมือนว่ามันปรากฏตัวมาจริงๆเลย จนเคยมีหลายครั้งที่พอมีคนพลัดหลงเข้ามาในป่าแห่งนี้แล้วถึงกับพากันวิ่งเตลิดหนีกันจนขวัญกระเจิงเลยทีเดียว 

วิธีแก้ก็คือต้องกำหนดจิตตั้งสมาธิพร้อมทั้งเดินพลังลมปราณแล้วภาพมายาของสิ่งต่าง ๆ ก็จะหายไปเอง พอทั้งสองทำตามก็ได้ผลตามที่ว่า กระทั่งอาการหมุน ๆ วน ๆ ของผืนป่าก็ได้หายไปด้วย

 

ออกเดินต่อไปอีกราวๆครึ่งวัน ทั้งจวงจั่นและจวงยี่หลานก็ดีใจมากที่พากันพบเห็นสมุนไพรหญ้าลิ้นมังกร ซึ่งเป็นสมุนไพรระดับกลาง พากันค้นหากันไปมาจนเก็บได้ถึงสิบกว่าต้น แล้วก็ต้องหยุดลงเพราะมีเสียงหอนยาวๆของสัตว์อสูรจิ้งจอกหน้าแด่น ที่มันไม่ยอมให้ใครมาเอาสมุนไพรของมันไป

 

“สัตว์อสูรจิ้งจอกหน้าแด่นเป็นอสูรระดับ 2 ที่พวกเราพอจะสู้กับมันได้ไม่ยากนัก ถ้ามีจำนวนไม่มากเกินไป”

 

พอเล้งปวยบอกทั้งสองได้ไม่นาน ก็ปรากฏร่างของอสูรจิ้งจอกหน้าแด่นปรากฏมาถึง 5 ตัว กำลังย่างสามขุมช้า ๆ เข้าหาพวกเขา

ตัวที่อยู่ตรงกลางดูท่าน่าจะเป็นจ่าฝูง มันมีขนาดใหญ่กว่าอีกสี่ตัวมาก สูงราว ๆ 2 เมตรมีเขี้ยวงอกโง้งแวววาวราวกับโลหะ มันเป็นตัวที่ผ่านการวิวัฒนาการไปแล้ว ถึงกับได้พัฒนาไปเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 เลยทีเดียว สัตว์อสูรที่วิวัฒนาการแล้วจะมีระดับความสามารถเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า

"เล้งปวย คราวนี้เป็นตัวจริง หรือเป็นภาพมายากันแน่" จวงจั่นกระซิบถามเขาเบา ๆ

"หึ ๆ ที่เราเห็นนี่นะ ของแท้ทั้งหมดเลยละพี่จั่น" เล้วปวยบอกอย่างอดขำไม่ได้

 

“ ข้าจะรับมือกับหัวหน้าและอีกสองตัวที่อยู่ข้าง ๆ มัน ส่วนอีกสองตัวนั้น พวกพี่ก็แบ่งไปคนละตัวก็แล้วกัน แต่ต้องไม่แยกจากกันไปไกลนะ เผื่อจะได้ช่วยกันทันท่วงที” เล้งปวยบอกว่าเขา

 

พอพูดจบพวกอสูรก็กระโจนเข้าใส่หมายขย้ำพวกเขาทันที จวงจั่นกับจวงยี่หลานรีบทำตามที่เล้งปวยบอก โดยแยกทะยานเข้ารับมือพวกมันไปคนละตัว ทั้งเตะทั้งต่อยกันอย่างพันละวัน จนพวกสัตว์อสูรทั้งสองตัวต้องรีบหลบออกไปก่อนอย่างงุนงง จากนั้นจึงได้หาจังหวะทะยานเข้าใส่อีกครั้ง

มีเพียงเล้งปวยเท่านั้นที่ถลันหลบจากตัวหัวหน้าที่พุ่งกระโจนข้ามหัวเขาไป แล้วทะยานเข้าใส่อีกสองตัวที่กระโจนตามมันมา เขาต่อยจัง ๆเข้าที่ส่วนคอของเจ้าตัวแรกแล้วหมุนร่างเตะ เข้าที่กลางลำตัวของตัวที่สองจนดังตูม ! จนได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดโหยหวนขึ้นมาสองครั้งไล่ๆกัน

เมื่อเขาหันกลับมาก็พอดีกับเป็นจังหวะที่เจ้าตัวหัวหน้านั้นทะยานใส่เขาอีกคำรบหนึ่ง อย่างโกรธแค้น ที่เขาสังหารพรรคพวกของมัน อุ้งเท้าขาหน้าขนาดใหญ่ของมันตะปบเข้าใส่เล้งปวยอย่างรวดเร็วและรุนแรง หมายขย้ำให้เขาแหลกเละไปเลย แต่มันได้ประเมินเล้งปวยต่ำไป เขารีบหมุนตัวออกข้างราวจักรผัน แล้วทะยานตามติดเข้าไปต่อยใส่ทรวงอกมันซ้อนถึงสามครั้ง

ตูม ! ตูม ! ตูม !

โฮ่ง ง ง ง ! ! ! !

ร่างอันใหญ่โตของลอยคว้างออกไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ขนาดเท่ากับคนโอบดังปึก ! หนัก ๆ โลหิตพุ่งทะลักออกจากปากอันใหญ่โตของมันจนสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ก่อนที่มันจะตกลงมากองกับพื้นไม่ไหวติง

เล้งปวย หันกลับไปดู ก็เห็นทั้งสองคนกำลังต่อสู้อยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย ตอนแรกเขานึกขำที่เห็นท่าทางการต่อสู้กับสัตว์อสูรของแต่ละคน ที่ทั้งเตะทั้งถีบออกอย่างพันละวัน จนเจ้าสัตว์อสูรทั้งสองได้แต่หลบหลีกไปมา แต่ทั้งคู่แม้ไล่ต่อยอย่างเต็มที่ก็ยังไม่สามารถที่จะสังหารพวกมันได้ จนกระทั่งผ่านไปอีครู่ใหญ่ๆ แนวทางการต่อสู้ของทั้งสองก็ได้เริ่มเป็นรูปแบบที่กระชับกว่าเดิมจนเจ้าสัตว์สองตัวนั้น หนีไม่ออกถูกสังหารในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน

 

“ดูเหมือนพี่สาวคนสวยกับพีจั่นจะเริ่มคุ้นเคยกับพลังบ้างแล้ว คราวหน้าลองสู้กับอสูรระดับสามดูไหม?“

อีกสองคนรีบพยักหน้าเห็นด้วย

 

“ถ้าอย่างนั้นเราต้องหาที่พักที่นี่ และทิ้งซากพวกมันไว้ล่อสักสองตัว” ว่าแล้วก็เก็บซากสัตว์อสูรตัวหัวหน้ากับอีกสองตัวที่เขาฆ่าเข้าไว้ในแหวนมิติทันที

 

จากนั้นเล้งปวยก็พาจวงยี่หลานกับจวงจั่น ขึ้นไปผูกเปลนอนบนต้นไม้ยักษ์ที่อยู่ใกล้ๆนั้น และแล้วในราวๆยาม2 ก็ได้ยินเสียง กึง ๆ ๆ ในระยะไกลๆมุ่งหน้ามาทางนี้ แต่ก่อนเสียงนั้นจะมาถึง กลับปรากฏมีเจ้าอสูรระดับ 3 หมาป่าสีเทาตัวเขื่องสองตัวท่ีน่าจะเป็นผัวเมียกันทะยานเข้าหาซากอสูรทั้งสองที่วางล่อเอาไว้

 

แต่มันก็ต้องชะงักเมื่อมีเงาร่างคนสองคนพุ่งลงมาหาพวกมันอย่างทันที พอเห็นว่าเป็นเพียงเด็กสองคนมันกลับไม่กลัวรีบพุ่งเข้าปะทะใส่ จนมีเสียงที่เกิดจากพลังที่หนักหน่วง กระแทกเข้าหากัน

 

ตูม!! ตูม!! ปรากฏว่ายังไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำให้แก่ฝ่ายใด จึงกลายเป็นการต่อสู้ของมนุษย์และสัตว์อสูรที่ยาวนานจนต่างฝ่ายก็ต้องหาโอกาสพลิกแพลงเอาชนะกันให้ได้ เล้งปวยได้แต่ชมดูอย่างชอบใจ แต่

สักครู่เขาก็ต้องเลิกคิ้วสูง เมื่อเสียงฝีเท้าสัตว์อสูรขนาดใหญ่ ดัง กึงๆๆ สะท้อนใกล้เข้ามา

 

พลันปรากฏ เจ้าอสูรร่างยักษ์ตัวหนึ่งได้ย่างก้าวเข้าใกล้ลานต่อสู้ที่กำลังชุนละมุนทั้งสองคู่นั้น มันคือ

อสูรพยัคฆ์อัสนี อสูรระดับ5 อันมีขนาดใหญ่ร่างหนักราวๆ 2 ตัน เล้งปวยรีบก้าวเข้าหามันทันที

เจ้าอสูรเห็นอีกฝ่ายเป็นแค่เด็กน้อย มันถึงกับอดเลียปากอันแดงฉานของมันไม่ได้ พลางย่างเข้าหาเล้งปวยช้าๆ แต่อีกฝ่ายก็กำลังรอมันพอดี ทันใดนั้นเล้งปวยก็พุ่งหมัดเข้าหามัน ด้วยท่ามังกรคำราม ใช้ออกด้วยพลังถึงสิบส่วนหมายสังหารในคราเดียว

 

“ตูม!!!!!!!!!!!!” แรงระเบิดจากพลังอันมหาศาล ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้วิชามังกรสยบฟ้าออกด้วยพลังสิบส่วน เห็นร่างยักษ์ของเจ้าอสูรกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่หักไปสามสี่ต้นจึงหยุดลง แต่มันยิ่งคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวระคนตกใจที่เห็นเด็กน้อยกลับมีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้

 

เล้งปวยเองก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน ด้วยคิดไม่ถึงว่าอสูรระดับ5 จะคงกระพันขนาดทนทานพลังสิบส่วนของเขาได้โดยไม่ล้มตาย เพียงเห็นมันชะงักไปแต่กลับพุ่งเข้าใส่อย่างโกรธเกรี้ยวอีกครา

 

“มา มาสู้ให้สมใจอยากสักหน่อย” เขาพึมพำ

เมื่อเห็นคู่ต่อสู้แข็งแกร่งขนาดนี้ เขาก็ชักสนุกขึ้นมา รีบหยิบกระบี่เกล็ดมังกรออกมาจากแหวนมิติ ใช้ออกด้วยท่ากระบี่ประจำตระกูล*มังกรเหินเวหา*

ทันใดร่างของมันพุ่งวาบขึ้นฟ้าโค้งลงหาเจ้าอสูรทันที แต่คราวนี้เจ้าอสูรหาได้ประมาทไม่

ร่างยักษ์ของมันกลับหลบหลีกได้อย่างแคล่วคล่อง เสียงกระบี่ปะทะกรงเล็บสีเงินของมันดัง ติงๆๆๆๆๆๆๆถี่ยิบ ยามนี้เห็นเพียงเงาร่างจางๆ พุ่งฉวัดเฉวียนจนคุกคามเจ้าอสูรยักษ์ถอยร่นตลอดเวลา กระทั่งผ่านไปร่วมสองร้อยกระบวนท่า ก็ยังไม่มีทีท่าว่าการต่อสู้จะจบลงโดยง่าย ทุกครั้งที่เขาแทงกระบี่เข้าใส่มัน พบว่าเพียงทำให้มันคำรามอู ๆ ๆ ออกมาเล็กน้อยเท่านั้น แต่หาได้ระคายผิวของมันไม่

"อา ! นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะคงกระพันเช่นนี้ เขาพึมพำเบา ๆ

"หึ ๆ เด็กน้อยโง่เอย ต่อให้เจ้าแทงผิวหนังมันอยู่เช่นนี้ทั้งคืนก็คงสังหารมันไม่ได้อยู่ดี หากเจ้าไม่หาจุดอ่อนของมัน" หลินซีหัวเราะเขา

"อืม ! ข้ากลับลืมไปจริง ๆ นั่นแหละ"

พร้อมกับเสียงกล่าวร่างของเขาได้พลิ้วทะยานขึ้นไปตีลังกาลงมาจู่โจมลงมาจากกลางอากาศ พอดีกับเป็นจังหวะที่พยัคฆ์อัสนีพุ่งร่างตามติดขึ้นไปพอดี ทำให้พลังปราณกระบี่พุ่งวาบหายเข้าไปในยอดอกที่เป็นจุดไม่มีเกล็ดของมัน จนพลังนั้นพุ่งไปตัดขั้วหัวใจมันพอดี

จึงมีเสียงคำราม อูๆๆๆๆๆ ครั้งสุดท้ายของเจ้าอสูรดังขึ้นแล้วเงียบไป

 

ขณะที่คนสุดท้ายจวงจั่นก็ปลิดชีพคู่ต่อสู้ลงได้พอดี ส่วนจวงยี่หลานนั้นจบการต่อสู้ไปได้ก่อนหน้านั้นอีกเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเพลงกระบี่ของนางนั้นกร้าวแกร่งกว่าเดิมมากทีเดียวเพราะเมื่อพลังยุทธของนางสูงขึ้นนั้น ส่งผลให้พลังกระบี่องนางทั้งเร็วและรุนแรงขึ้นตามไปด้วย

 

หลังจากจัดการกับซากอสูรต่างๆเสร็จสิ้น จึงได้ขึ้นนอนพักบนเปลต้นไม้ใหญ่อีกครา

ในอีกหลายวันต่อๆมาส่วนใหญ่พวกเขาก็สารวนอยู่กับการไล่ล่าเจ้าอสูรหมาป่าสีเทาอยู่เช่นนั้นตลอด จนเกิดความก้าวหน้าในทักษะยุทธขึ้นเรื่อยๆจากครั้งแรก จากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึงสองก้านธูปจึงจะปลิดชีพมันได้แต่พอสิบวันผ่านไป ก็ใช้เวลาเพียงครึ่งก้านธูปเท่านั้น รวมแล้วภายในสิบวันนี้พวกเขาล่าอสูรหมาป่าสีเทาไปร่วมร้อยตัว แล้วจึงได้พากันเดินทางกลับออกจากป่าต้องห้าม

Posted in หนังจีนกําลังภายใน | Tagged , , , , | Comments Off on เทพมังกรเหนือปฐพี ตอนที่ 14 : ในป่าต้องห้ามรีไรท์

ตอนที่ 29 อย่าปล้นเจ้าสาวของเปิ่นหวาง

​หยางหลิงเฟิงทำการคัดคนที่มีฝีมือจำนวนร้อยกว่าคน เดินทางไปเมืองไห่ อันเป็นสถานที่ตั้งเหมืองที่ทหารทัพจินเหลียงใช้แรงงานอยู่ และเพื่อตบตาบรรดาทหารที่ตามตัวหยางหลิงเฟิงอยู่ พวกเขาจึงปลอมตัวเป็นขบวนรับตัวเจ้าสาว จึงรอดปลอดภัยมาตลอดทาง

จนกระทั่งมาถึงชายป่าที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตของเมืองไห่ พวกเขาก็มาพบเข้ากับทหารตรวจการกลุ่มหนึ่ง

“เดี๋ยวก่อน” หนึ่งในนั้นส่งเสียงเรียก หยางหลิงเฟิงที่อยู่ในชุดเจ้าบ่าวจึงบังคับม้าให้หยุด เขาส่งสายให้กับองครักษ์อีให้เพิ่มการระแวดระวัง เพราะเส่าโปสืบได้ความมาว่าเมืองไห่ในยามนี้อยู่ในการควบคุมขององค์ชายใหญ่แล้ว คนพวกนี้คงไม่แคล้วเป็นทหารขององค์ชายใหญ่แน่นอน

“พวกเจ้ามาจากเมืองใด” หัวหน้าทหารกลุ่มนี้บังคับม้าเดินวนรอบๆ เพื่อตรวจสอบ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ และมองไม่ออกว่าคนตรงหน้าคือองค์ชายสาม เพราะรูปลักษณ์ของหยางหลิงเฟิงถูกปลอมแปลงโดยหลี่ถิง นางเปลี่ยนสีผิวของเขาด้วยน้ำยาขวดนั้น และยังติดหนวดเคราปลอมให้ด้วย

“ข้าไปรับเจ้าสาวมาจากเมืองเล่อขอรับ” หยางหลิงเฟิงตอบ พลางสังเกตหัวหน้าทหารกลุ่มนี้ไปด้วย ซึ่งดูจากสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนหมวกเหล็กแล้ว ชายผู้นี้มียศเป็นรองแม่ทัพหัวเมือง

“อืม… แล้วพวกเจ้าจะไปที่ใด”

“เมืองซิ่นขอรับ”

“ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าเมืองซิ่นมีงานแต่งงานที่ใหญ่โตเช่นนี้ด้วย”

“ข้าเป็นแค่พ่อค้าธรรมดาผู้หนึ่งเท่านั้น ไม่แปลกที่งานแต่งงานของข้าจะไม่ได้รับความสนใจอันใดจากเหล่าขุนนาง” หยางหลิงเฟิงตอบไป รองแม่ทัพผู้นี้ก็มองสำรวจขบวนอีกครั้ง

“เจ้าใช้คนเยอะถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

“เป็นเพราะเรามีสินเดิมเจ้าสาวมาด้วย ข้ากลัวว่าจะถูกปล้น จึงใช้คนให้มากเข้าไว้ เพื่อข่มขวัญโจรขอรับ”

“อืม… สินเดิมดูท่าทางจะไม่ใช่น้อย เจ้าไม่คิดอันใดบ้างหรือที่บ้านเจ้าสาวอวดรวยให้สินเดิมมาเยอะถึงเพียงนี้” รองแม่ทัพมองไปยังรถม้าที่บรรทุกหีบสินเดิมเจ้าสาวด้วยแววตาละโมบ

“ข้าน้อยมิกล้าคิดขอรับ ทางบ้านเจ้าสาวจัดสินเดิมมาเยอะ ก็เพราะรักนางมากก็เท่านั้นเอง เอาเป็นว่าหากใต้เท้าไม่รังเกียจ ข้าขอเลี้ยงน้ำชาท่านนะขอรับ” หยางหลิงเฟิงส่งถุงเงินให้ ทำเอาอีกฝ่ายตาลุกวาวขึ้นมา

“ดี! สมกับเป็นพ่อค้าวาณิช รู้ดีเสียจริงว่าควรวางตัวอย่างไร”

“เช่นนั้นข้าขอผ่านทางได้หรือไม่ ข้าต้องรีบไปให้ถึงเมืองซิ่นในวันพรุ่งนี้ มิฉะนั้นจะไม่ทันฤกษ์ยาม”

“ดะ…” / “เจ้าสาวผู้นี้ขนาดผิวยังงามขนาดนี้ ไม่รู้ว่าหน้าตาจะงามขนาดไหน” ยังไม่ทันที่รองแม่ทัพจะพูดอนุญาต ทหารในกลุ่มผู้หนึ่งกลับถือวิสาสะเปิดม่านรถม้าของเจ้าสาว มันผู้นั้นค่อนข้างตื่นตาตื่นใจกับผิวตรงหลังมือของหลี่ถิงที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมา

“เจ้าสาวของเจ้างามหรือไม่” รองแม่ทัพถามขึ้น

“หน้าตาของธรรมดาขอรับ”

“จริงหรือ… มิใช่ว่าเจ้าหวงเอาไว้เชยชมผู้เดียวแน่นะ”

“ใต้เท้า นางเป็นเจ้าสาวของข้า ข้าก็ต้องเชยชมได้เพียงผู้เดียวอยู่แล้ว” หยางหลิงเฟิงไม่พอใจกับเจตนาของพวกมัน แต่ก็ยังพยายามควบคุมตัวเองเอาไว้

“หึ! กล้าต่อปากต่อคำเล่นนี้ มันคงไม่รู้ว่ารองแม่ทัพเป็นใคร” ทหารคนที่เปิดม่านรถม้าเจ้าสาวบังคับม้าเข้ามาใกล้ แล้วพูดเอาใจหัวหน้าของมัน

“เจ้าอย่าปากมากไป องค์ชายใหญ่ไม่อยากให้ข้าเปิดเผยตัวว่าข้ารับหน้าที่ดูแลเมืองไห่ให้พระองค์”

“จะต้องกังวลอันใด ยามนี้มีใครไม่รู้บ้างว่าท่านคือคนที่องค์ชายใหญ่จะแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพคนใหม่ของเมืองนี้ ขนาดเจ้าเมืองยามนี้จะทำอันใดยังมองหน้าท่านเลย”

“หึหึ… ก็เมื่อก่อนเจ้าเมืองไห่ดันเทิดทูนองค์ชายสามจนออกนอกหน้า มันก็สมควรแล้วที่จะไม่มีที่ยืนยามที่องค์ใหญ่ขึ้นมาผงาดแทนที่องค์ชายสาม” ทั้งสองคนพูดโอ้อวดส่วนหนึ่งก็เพื่อข่มขู่ เพราะชาวบ้านธรรมดามักจะกลัวพวกขุนนางและทหาร หากเลือกได้ก็จะเลือกไม่มีปัญหา ยอมโอนอ่อนตามทุกอย่าง ขนาดบางคนไม่มีจะกิน หากขุนนางมาเก็บส่วยเพิ่มก็ยังขูดเลือดขูดเนื้อตัวเองจ่ายไป

“จริงอย่างที่ท่านพูด คนที่เลือกข้างไม่ถูก ก็ต้องตกที่นั่งลำบากเป็นธรรมดา เจ้าเองก็ดูหน้าไม่น่าโง่ รู้ใช่หรือไม่ว่าควรจะปฏิบัติตัวเช่นไร” คนสนิทรองแม่ทัพหันมาถามหยางหลิงเฟิงด้วยแววตาข่มขู่

“เชิญท่านพูดมาตรงๆ เถิดว่าข้าควรจะปฏิบัติตัวเช่นไร”

“ไม่ยาก! แค่มีเงินก็ควรมอบเงิน มีสาวงามก็ควรมอบสาวงาม ข้าพูดถูกหรือไม่พี่น้องทุกคน”

“ใช่!” พอคนสนิทรองแม่ทัพถาม พวกทหารที่เหลือก็ร้องรับขึ้นมาทันที

“แต่นางเป็นภรรยาข้า”

“เพิ่งจะไปรับตัวมา ยังไม่ได้ไหว้ฟ้าดิน ยังไม่ได้เข้าหอ ก็ถือเสียว่านางกำลังจะได้ดีมีอนาคตกว่าอยู่กับเจ้าก็แล้วกัน”

“นางมิใช่หญิงงาม” มือของหยางหลิงเฟิงที่กำลังกำบังเหียนมีเส้นเลือดปูดขึ้นมา เขาระงับอารมณ์แล้ว แต่ความอดทนของเขามันใกล้จะถึงขีดสุดเต็มที

“งามหรือไม่งามข้าตัดสินเอง” รองแม่ทัพชั่วผู้นี้บังคับบังเหียนไปยังรถม้าเจ้าสาว กระชากผ้าม่านออก และยื่นมือเข้าไปหมายจะดึงผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว

ทว่า… ทันใดนั้นเอง!

ควับ!

“อ๊ากกก!” แขนของมันก็ถูกตัดจนขาด โดยที่มือของมันยังเอื้อมไปไม่ถึงผ้าคลุมหน้าด้วยซ้ำ!

“เจ้า! เจ้ากล้า!” คนสนิทของรองแม่ทัพชั่วร้องขึ้น มันหันไปหาพรรคพวกหมายจะสั่งให้จัดการคนของขบวนนี้ให้สิ้นซาก แต่ดวงตาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะพวกคนที่ร่วมขบวนเจ้าสาวต่างหยิบอาวุธออกมาจากหีบสินเดิม แล้วปลิดชีพทหารทุกคนอย่างโหดเหี้ยม!

“เจ้า! เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นคนของผู้ใด!” รองแม่ทัพชั่วกุมแขนข้างที่ขาดด้วยใบหน้าซีดเผือด ดวงตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด

“เจ้าเพิ่งโอ้อวดไปเมื่อครู่นี้เองว่าเป็นคนขององค์ชายใหญ่หยางหยุนซี” หยางหลิงเฟิงตอบด้วยใบน้ำเสียงเยือกเย็น

“แล้วเจ้าก็ยังกล้า!”

“ก็ต้องโทษเจ้าที่รับเงินแล้วก็ยังไม่รีบไปดื่มน้ำชา”

“เจ้า! องค์ชายใหญ่จะต้องตัดหัวเจ้าแน่!”

“อย่างมันดีแต่ลอบกัด ไม่มีทางทำอันใดข้าได้หรอก หึ! อีกอย่างถ้ามันได้รู้ว่าคนของมันโง่เขลา เอาชื่อของมันมาทำชั่วให้ราษฎรเกลียด มันคงได้กระอักเลือดตายไปก่อนจะมาตัดหัวข้าแน่นอน”

“เจ้าเป็นใครกันแน่! ท่านรองแม่ทัพ มันต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอนขอรับ” คนสนิทของรองแม่ทัพชั่วร้องขึ้น ท่าทางของมันยามนี้สั่นระริกเพราะทหารคนอื่นตายหมด เหลือแค่มันกับรองแม่ทัพชั่วที่ถูกล้อมเอาไว้เท่านั้น

“แล้วเจ้าคิดว่าข้าเป็นใครเล่า” หยางหลิงเฟิงถามกลับ รองแม่ทัพชั่วเพ่งมองอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นตัวมันก็สั่นเทิ้ม หวาดกลัวจนปัสสาวะราดรดอานม้า!

“ดวงตาเช่นนี้ โครงหน้าเช่นนี้ มะ… เหมือนองค์ชายสามไม่มีผิด”

“ท่านรองแม่ทัพพูดอันใด จะเป็นองค์ชายสามไปได้อย่างไร ในเมื่อองค์ชายสามก็ยังคงนอนพิการอยู่ในเมืองหลวง”

“นั่นมันข่าวลวง อะ… องค์ชายสามออกจากเมืองหลวงไปตั้งนานแล้ว แสดงว่าเจ้าเป็นองค์ชายสามจริงๆ”

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเคยเห็นหน้าเปิ่นหวางสินะ ถึงได้จำกันได้ทั้งๆ ที่เปิ่นหวางปลอมตัวถึงขนาดนี้แล้ว”

“องค์ชาย… มะ…เมตตากระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ” รองแม่ทัพชั่วร้องขอความเมตตาทันทีที่หยางหลิงเฟิงเปิดเผยตัวตน หากแต่… หยางหลิงเฟิงไม่ได้จิตใจดีถึงเพียงนั้น!

“เจ้าตายตั้งแต่คิดปล้นเจ้าสาวของเปิ่นหวางแล้ว”

ฉึบ!

พูดจบหยางหลิงเฟิงก็ตวัดกระบี่ในมือ รองแม่ทัพชั่วไม่ทันได้ร้อง คอของมันก็หลุดออกจากบ่า

“ท่านรองแม่ทัพ!” คนสนิทของมันร้องด้วยความตกใจ พยายามจะสู้หาทางหนีออกจากวงล้อม แต่มันก็สายไปเสียแล้ว องครักษ์อีตวัดดาบเพียงหนึ่งครา หัวมันก็หลุดเช่นเดียวกับหัวหน้าของมัน

“ดูเหมือนว่าเราจะได้แผนใหม่ ที่สะดวกว่าปีนหน้าผาลอบเข้าไปในเหมืองแล้ว ติงเกา… เจ้าเห็นด้วยกับเปิ่นหวางหรือไม่” หยางหลิงเฟิงถามติงเกาขึ้น ซึ่งติงเกาก็เข้าใจความนัยนั้นทันที

“หน้ากากหนังมนุษย์ไม่ได้ง่ายนัก พระชายาพ่ะย่ะค่ะ… องค์ชายช่างโหดร้ายกับกระหม่อมเหลือเกิน โยนงานหินมาให้กระหม่อมอีกแล้ว” ติงเกาบังคับม้าไปใกล้รถม้าเจ้าสาวแล้วโอดครวญฟ้องหลี่ถิง

“องค์ชายมอบหมายงานให้ท่าน ก็เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของท่าน ท่านอย่าได้เข้าใจว่าองค์ชายโหดร้ายไปเลย”

“เข้าตำราผัวร้องเมียรับ ข้าไม่ควรขอความเห็นใจจากพวกพระองค์เลย” ติงเกากลอกตาไปมา

“ท่านหมอติงเกา ท่านควรจะชินได้ตั้งนานแล้ว”

“องครักษ์อีชินแล้วหรือ”

“ข้าชินนานแล้ว… ทูลองค์ชายเราเก็บศพเก็บหลักฐานลงหีบสินเดิมเรียบร้อยแล้ว รีบเดินทางเถิดพ่ะย่ะค่ะ ก่อนที่จะมีผู้ใดมาพบร่องรอยเข้า” องครักษ์อีตอบติงเกาสั้นๆ ก่อนจะหันไปทูลเร่งให้หยางหลิงเฟิงออกเดินทางต่อ

“อืม… รู้สึกว่าใกล้ถึงเมืองไห่จะมีวัดร้างอยู่ เรารีบออกเดินทางกันเถิด จะได้ถึงวัดนั่นก่อนค่ำ”

“พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์อีรับคำ จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนเดินทางกันต่อ

 

Posted in หนังกำลังภายในจีน | Tagged , , , , , , , | Comments Off on ตอนที่ 29 อย่าปล้นเจ้าสาวของเปิ่นหวาง

คิงส์แมน โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์

คิงส์แมน โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์ (อังกฤษ: Kingsman: The Secret Service) เป็นภาพยนตร์แนวสายลับ/ตลก กำกับและร่วมเขียนบทโดยแมทธิว วอห์น โดยดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูน The Secret Service ของเดฟ กิบเบินส์และมาร์ก มิลลาร์ นำแสดงโดยโคลิน เฟิร์ธ, ซามูเอล แอล. แจ็กสันและไมเคิล เคน เข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015

คิงส์แมน โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์ ได้รับการตอบรับในแง่บวก ทำรายได้ทั่วโลกไปแล้วกว่า 410 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นภาพยนตร์ที่กำกับโดยแมททิว วอห์นที่ทำรายได้สูงสุด

เรื่องย่อ
ระหว่างปฏิบัติการในตะวันออกกลาง สายลับลี อันวิน ผู้สมัครสายลับตำแหน่ง "ลานเซลอต" ได้สละชีวิตเพื่อปกป้องสายลับคนอื่น ๆ แฮร์รี ฮาร์ท หรือ "กาลาฮัด" หนึ่งในสายลับที่อยู่ในเหตุการณ์ได้มอบเหรียญกล้าหาญให้แก่มิเชลและเอ็กซี ภรรยาและลูกชายของลีและบอกกับครอบครัวเธอว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องการความช่วยเหลือ ให้ใช้เบอร์โทรศัพท์บนเหรียญโทรหาเขา 17 ปีต่อมา ศาสตราจารย์ เจมส์ อาร์โนลด์ถูกลักพาตัวโดยมหาเศรษฐี ริชมอนด์ วาเลนไทน์ "ลานเซลอต" หนึ่งในเพื่อนสายลับของฮาร์ทบุกเข้าไปช่วยอาร์โนลด์ แต่กลับถูกกาเซล ลูกน้องของวาเลนไทน์ฆ่าตาย วาเลนไทน์ได้พบกับผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญหลายคน และมีแผนจะแจกจ่ายซิมการ์ดที่โทรและใช้อินเทอร์เน็ตได้ฟรีตลอดชีพแก่คนทั่วไป

เวลานั้นเอง ฮาร์ทได้พบความเกี่ยวข้องระหว่างวาเลนไทน์กับการหายตัวไปของบุคคลสำคัญหลายคน เขาตามไปจนพบอาร์โนลด์และสอบถาม แต่อาร์โนลด์ถูกไมโครชิพในสมองระเบิดจนเสียชีวิต ฮาร์ทจึงเข้าหาวาเลนไทน์แทนด้วยการปลอมตัวเป็นเศรษฐีเพื่อสืบหาเบื้องหลังของแผนการ

ที่ลอนดอน เอ็กซี อันวินเป็นวัยรุ่นที่อาศัยอยู่กับมิเชล ผู้เป็นแม่ น้องสาวต่างพ่อและดีน พ่อเลี้ยงที่เขาไม่ชอบ เอ็กซีออกจากการฝึกนาวิกโยธินและใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย วันหนึ่งเขาถูกจับข้อหาขโมยรถ จึงโทรหาเจ้าของเบอร์โทรศัพท์บนเหรียญ ฮาร์ทมาประกันตัวเขาและบอกว่าพ่อของเอ็กซีทำงานให้กับองค์การสายลับ "คิงส์แมน" ฮาร์ทชวนเขาให้มาร่วมการทดสอบเพื่อหาสายลับ "ลานเซลอต" คนใหม่ แต่เขาสอบตกในการทดสอบสุดท้าย โรซี ผู้เข้าทดสอบอีกคนหนึ่งได้รับตำแหน่งลานเซลอตคนใหม่แทน

ต่อมาฮาร์ทได้ไปที่โบสถ์แห่งหนึ่งซึ่งวาเลนไทน์ใช้ทำการทดสอบ เขาปล่อยสัญญาณไปที่ซิมการ์ด ทำให้ทุกคนในโบสถ์รวมถึงฮาร์ทเกิดอาการคลุ้มคลั่งและฆ่ากันเอง สุดท้ายฮาร์ทซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวออกมาพบกับวาเลนไทน์ และถูกวาเลนไทน์ยิงที่ศีรษะหลังเปิดเผยแผนการทั้งหมด

เอ็กซีกลับไปที่ศูนย์บัญชาการคิงส์แมน และพบว่าอาร์เธอร์ ผู้นำคิงส์แมนเป็นพวกกับวาเลนไทน์ อาร์เธอร์อธิบายว่า วาเลนไทน์จะปล่อยสัญญาณไปที่ซิมการ์ดเพื่อให้มนุษย์ทั่วโลกคลุ้มคลั่งและฆ่ากันเอง จนเหลือแต่คนที่เขาเลือกจะให้อยู่ต่อ อาร์เธอร์พยายามจะฆ่าเอ็กซีด้วยบรั่นดีผสมยาพิษ แต่เอ็กซีรู้ทันจึงสลับแก้ว ทำให้อาร์เธอร์ตาย เอ็กซีร่วมมือกับเมอร์ลินและโรซี โดยโรซีจะขึ้นไปยิงดาวเทียมของวาเลนไทน์ก่อนที่มันจะปล่อยสัญญาณ ส่วนเอ็กซีและเมอร์ลินจะบุกไปที่ฐานทัพของวาเลนไทน์ แม้โรซีจะทำลายดาวเทียมได้สำเร็จ แต่วาเลนไทน์ก็ใช้ดาวเทียมสำรองปล่อยสัญญาณ ทำให้ทั้งโลกเกิดความวุ่นวาย เมอร์ลินแฮคเข้าระบบเพื่อก่อกวนสัญญาณแล้วจัดการกับทุกคนที่ร่วมแผนการกับวาเลนไทน์ ส่วนเอ็กซีต่อสู้กับกาเซลและฆ่าทั้งกาเซลและวาเลนไทน์ได้สำเร็จ

ในฉากหลังเครดิต เอ็กซีซึ่งตอนนี้เป็นสายลับคิงส์แมนได้มาหาแม่และชวนให้มาอยู่ด้วยกัน แต่ดีนและลูกน้องเข้ามาหาเรื่องเอ็กซี เขาจึงจัดการกับอีกฝ่ายแบบเดียวกับที่ฮาร์ททำก่อนหน้านี้

Posted in หนังจีน | Tagged , , , , , , , , , | Comments Off on คิงส์แมน โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์

Fated to Love You (2008 TV series)

Fated to Love You (จีน :命中注定我愛你;) (เป็นที่รู้จัก You're My Destiny / 100% Love Avi) เป็นซีรีส์โทรทัศน์ไต้หวันต้นฉบับนำแสดงโดยโจเฉิน ,อีธาน ฮวน ,บารอนเฉินและบิอันกาบาย ซีรีส์ออกอากาศครั้งแรกในไต้หวันทาง Taiwan Television (TTV) (台視) ฟรีตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2551 ถึง 24 สิงหาคม 2551 ทุกวันอาทิตย์เวลา 22:00 น. และเคเบิลทีวี Sanlih E-Televisionตั้งแต่ 22 มีนาคม 2551 ถึง 30 สิงหาคม 2551 ทุกวันเสาร์เวลา 21:00 น. ผลิตโดย Sanlih E-Televisionและกำกับการแสดงโดยเฉินหมิงเหวยกับสถานที่ถ่ายทำในไต้หวัน , ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ชุดถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาษาเกาหลีและภาษาไทยภาษากับชุดไทยขนานนามในฟิลิปปินส์สำหรับการเปิดตัวในประเทศฟิลิปปินส์

ละครเรื่องนี้ถือบันทึกสำหรับค่าเฉลี่ยของคะแนนเดียวตอนสูงสุดที่ 10.91 กับจุดสูงสุดที่ 13.64 ตอนที่ 20 ออกอากาศวันที่ 27 กรกฏาคม 2008 [1]และทำลายสถิติก่อนหน้านี้ที่จัดขึ้นโดยเจ้าชายใครจะกลายเป็นกบ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในปี 2008 ถึงหกรางวัลในงานGolden Bell Awardsครั้งที่ 43 ประเทศไต้หวัน ได้รับรางวัลซีรีส์โทรทัศน์ยอดเยี่ยมประจำปี 2551 และรายการการตลาดยอดเยี่ยม

โชคความรักคุณยังถูกปกคลุมด้วยอเมริกาWall Street Journal

เรื่องย่อ
เฉินซินยี่ ( โจเฉิน ) เป็นผู้ช่วยกฎหมายที่โง่เขลาของสำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่ซึ่งเธอเป็นที่รู้จักในนาม 'สาวโน้ต' – มีคนคอยช่วยเหลือ แต่จ่ายเงินได้ง่ายเมื่องานเสร็จสิ้น เพื่อนร่วมงานของเธอมักจะใช้ประโยชน์จากธรรมชาติที่กระตือรือร้นที่จะทำให้เธอพอใจโดยทิ้งงานที่ไม่สนใจเอาไว้กับเธอ เธอวางแผนและจ่ายเงินเพื่อล่องเรือรักโรแมนติกโดยหวังว่าจะเสียความบริสุทธิ์ให้กับแฟนหนุ่ม / เพื่อนร่วมงานของเธอ Gu Chi เมื่ออยู่บนเรือซินยี่เสียใจเมื่อเธอจับได้ว่ากู่ชี่นอกใจเธอและเมื่อเขาบอกเธอว่าเขาวางแผนที่จะเลิกกับเธอต่อไป

เพื่อนผู้โดยสาร Ji Cun Xi ( อีธานฮวน ) ทายาทผู้มั่งคั่ง แต่เพียงผู้เดียวของ บริษัท อุปกรณ์อาบน้ำมีแผนจะเสนอให้แอนนา ( เบียงกาไบ ) แฟนสาวนักบัลเล่ต์ที่เป็นนักบัลเล่ต์มานานของเขาและเริ่มเตรียมการโดยไม่รู้ตัวว่าเธอไม่ได้ขึ้นเรือ . แอนนาเลือกที่จะรับบทหลักของ Odette ใน The Black Swan ซึ่งเป็นรัฐประหารของนักบัลเล่ต์เอเชีย ในขณะที่เธอบินไปนิวยอร์กซิตี้เธอรู้สึกประหลาดใจกับความคิดที่ว่าความฝันที่เป็นจริงสำหรับเธอที่จะได้อยู่บนเวทีโลกและ Cun Xi จะเข้าใจว่าสิ่งนี้มีความสำคัญกับเธอมากเพียงใดแม้ว่าจะเป็นครั้งที่ 11 ที่เธอยืนอยู่ก็ตาม เขาขึ้น เมื่อรู้ว่า Cun Xi วางแผนที่จะเสนอเธอจึงทิ้งเขาโดยเลือกบัลเล่ต์ให้กับแฟนหนุ่มและมั่นใจว่าเขาจะรอเธออีกครั้ง

ในการผสมผสานครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแผนการแบล็กเมล์และอุบัติเหตุอื่น ๆ ซินยี่และคุนซีต้องใช้เวลาช่วงบ่ายบนเตียงทั้งคู่เข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายเป็นคู่หูที่แท้จริงของพวกเขา ทันใดนั้นพี่เขยของซินยี่และพ่อของเขาก็ลุกขึ้นมาในห้องชุดของพวกเขาเพื่อถ่ายรูป Cun Xi และโสเภณีที่พวกเขาจ้างมาเพื่อล่อให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ละเอียด พวกเขาหวังว่าจะแบล็กเมล์ให้เขาเลิกปิดโรงงานผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมบน Ginger Island

แม้ว่าแต่ละคนจะสาบานว่าจะลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นและดำเนินชีวิตต่อไป แต่ในไม่ช้าซินยี่ก็พบว่าเธอท้อง ไม่อยากจะบอก Cun Xi เขาก็พบว่าได้รับความอนุเคราะห์จากข่าวระดับประเทศไม่น้อย!

ในตอนแรกเธอตัดสินใจที่จะทำแท้ง แต่ Cun Xi เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้ายและเสนอที่จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ Xin Yi จนกว่าจะคลอด ครอบครัวของเธอปฏิเสธความคิดนี้และพยายามเกลี้ยกล่อมซินเยว่ว่าการทำแท้งเป็นทางออกที่ดีที่สุด เมื่อยายจีของ Cun Xi รู้ว่าเธอกำลังจะมีเหลนคนแรกเธอมีความสุขและยืนยันว่าทั้งสองแต่งงานกัน

Cun Xi โกรธและรู้สึกติดกับดักบังคับให้ Xin Yi ตกลงเรื่องการหย่าร้างหลังคลอดและการสละทารก เพื่อแลกกับความเงียบของเธอเธอจะได้รับข้อตกลงทางการเงินที่ดี แต่เธอปฏิเสธข้อเสนอของค่าตอบแทนทำให้เขาตั้งคำถามว่าทำไมเธอถึงตกลงที่จะแต่งงานตั้งแต่แรก ซินยี่บอกเขาว่าการให้ทารกมีครอบครัวที่มีความสุขเป็นสิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียวของเธอ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะพวกเขาไม่ได้มีความรัก

เธอเริ่มต้นมิตรภาพกับ Dylan ชายหนุ่มใจดีจากเซี่ยงไฮ้ผู้ซึ่งเห็นอกเห็นใจกับชะตากรรมของเธอที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก Cun Xi ในขณะที่เขาตำหนิเธอ สนใจในตัว Zin Yi อย่างแท้จริง Dylan กลายเป็นคนสนิทของเธอและเป็นแหล่งสนับสนุนเมื่อเผชิญกับการกระทำที่ไม่เหมาะสมของ Cun Xi ดีแลนเผยให้เธอรู้ว่าเป้าหมายในชีวิตของเขาคือการตามหาไดซินยี่น้องสาวทางชีวภาพที่หายไปนานซึ่งเขาถูกพรากจากกันตั้งแต่เด็ก

ยังคงรุมเร้าแอนนาและยังคงเชื่อว่าซินยี่ตั้งครรภ์เพื่อหาเงินจากเขา Cun Xi ต้องดิ้นรนระหว่างความเห็นแก่ตัวและการรับผิดชอบ ซินยี่รู้สึกเป็นภาระอย่างหนักกับความรู้สึกผิดต่อความผิดพลาดของเธอในขณะที่เธอต้องดิ้นรนเพื่อยืนหยัดเพื่อตัวเอง แม้จะไม่อยากเป็นกระดาษโน้ตที่ไม่สามารถจ่ายได้อีกต่อไปในชีวิตของคนอื่น แต่เธอก็พยายามที่จะไม่ตกหลุมรัก Cun Xi ธรรมชาติที่เรียบง่ายและเสียสละของ Xin Yi ในไม่ช้าเธอก็เป็นที่รักของครอบครัวของ Cun Xi และในที่สุด Cun Xi อย่างช้าๆ Cun Xi เริ่มตระหนักถึงความรักที่เขามีต่อซินยี่และลูกที่เธออุ้มทำให้เขาสงสัยว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว เขาปรารถนาที่จะปกป้องซินยี่จากผู้ที่จะทำร้ายเธอและตัดสินใจว่าเขาไม่ต้องการให้เธอจากเขาไปหลังจากที่ทารกเกิด

โชคไม่ดีที่ความศักดิ์สิทธิ์ของเขาถูกขัดจังหวะด้วยการกลับมาของแอนนาที่ได้รับบาดเจ็บโดยไม่คาดคิด เพื่อปกปิดการแต่งงานและความเป็นพ่อที่กำลังจะเกิดขึ้น Cun Xi จึงขอให้ซินยี่กลับบ้านแม่ของเธอจนกว่าจะถึงเวลาที่เขาสามารถอธิบายสถานการณ์ให้แอนนาและย่าของเขาเข้าใจได้ เหตุการณ์ที่โชคร้ายทำให้แอนนาผู้พ่ายแพ้พบกับความจริงในขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับย่าที่น่าเกลียดของ Cun Xi Cun Xi โกรธแค้น Xin Yi ที่ทำลายชีวิตของเขาและกล่าวหาว่าเธอบอกกับยายของเขาเพื่อพยายามบังคับให้เขาอยู่กับเธอ เขาย้ายออกจากบ้านไปอยู่กับแอนนา

หลังจากนั้น Cun Xi รู้สึกเสียใจที่เกิดความโกรธและกังวลอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับ Xin Yi และลูกน้อย เขาตัดสินใจที่จะกลับไปใช้แผนเดิมเพื่อดูแลซินยี่จนกว่าเธอจะคลอดออกมาโดยขอให้แอนนาพิจารณาสถานการณ์และรอเขาในช่วงหลายเดือนที่เหลือ เขามีข้อกำหนดการหย่าใหม่ที่เขียนขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าซินยี่จะได้รับการดูแลอย่างจริงใจไปตลอดชีวิต แอนนากังวลว่า Cun Xi จะทิ้งเธอส่งสัญญาทำแท้งปลอมให้ซินยี่โดยระบุว่ามาจาก Cun Xi ซินเยี่ยผู้ว้าวุ่นตกใจมากตัดสินใจทิ้งลูกไว้เลี้ยงคนเดียว

ระหว่างการเผชิญหน้าที่น่าเกลียดในงานเลี้ยงวันเกิดของคุณย่าจีในที่สุด Cun Xi ก็ตระหนักถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขาที่มีต่อซินยี่และออกจากงานฉลองเพื่อตามหาเธอ เมื่อพบเธอเธอขอร้องให้เขาปล่อยเธอไว้ตามลำพัง ในขณะที่เธอพยายามหลบหนีเธอเบี่ยงเบนความสนใจไปที่การจราจรและถูกรถชนทำให้ Cun Xi ตกตะลึง ที่โรงพยาบาล Cun Xi ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ว่าต้องทำแท้งฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิต Xin Yi และช่วงเวลานั้นเป็นสิ่งสำคัญ Cun Xi ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงนามในแบบฟอร์มยินยอมในขณะที่ Xin Yi ขอร้องไม่ให้เขาทำ

เมื่อซินยี่ฟื้นเธอปฏิเสธที่จะเห็น Cun Xi เพื่อหลีกหนีทั้งความเศร้าโศกและ Cun Xi เธอจึงเปลี่ยนชื่อและวางแผนที่จะย้ายไปเซี่ยงไฮ้กับ Dylan ก่อนที่เธอจะจากไปเธอเซ็นเอกสารการหย่าร้างโดยปล่อยให้ Cun Xi สาบานว่าจะพบเธอในวันหนึ่ง

อีกสองปีต่อมาซินยี่ไม่ได้เป็นสาวโน้ตอีกต่อไปปัจจุบันเป็นครูสอนเครื่องปั้นดินเผาที่ประสบความสำเร็จและความสัมพันธ์ของเธอกับดีแลนก็ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แม้จะหมั้นกับแอนนา แต่ Cun Xi ยังคงตามหาซินยี่ ในที่สุดเขาก็พบเธอเพียงรู้ว่าเขาไม่เคยฟ้องหย่าและทั้งคู่ยังแต่งงานกันอยู่! Cun Xi อิจฉาดีแลนพยายามใช้กลอุบายมากมายเพื่อเกลี้ยกล่อมซินยี่ให้โต้ตอบกับเขา ในขณะเดียวกันเขาหวังว่าเธอจะให้อภัยเขาได้สำหรับวิธีที่เขาปฏิบัติต่อเธอและเพื่อพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าความรักที่เขามีต่อเธอนั้นเป็นของแท้ แต่ซินเยว่ไม่สามารถให้อภัยเขาได้และกล่าวหาว่าเขารู้สึกโล่งใจที่สูญเสียลูกไป เมื่อเผชิญกับการปฏิเสธนี้ Cun Xi จึงตัดสินใจที่จะแต่งงานกับ Anna แต่เมื่อซินยี่มาเยือนเกาะนี้ในอีกสองปีต่อมา Cun Xi รู้ว่าแอนนาเป็นคนที่สร้างเอกสารการทำแท้งหลอกและนั่นคือสาเหตุที่ซินยี่เกลียดเขา โกรธ Cun Xi ยกเลิกงานแต่งงานกับแอนนาที่อกหัก จากนั้นเขาก็พยายามแก้ไขซินยี่โดยบอกเธอว่าเขาไม่ต้องการให้เธอกำจัดลูก ซินเยว่ยังคงลังเลที่จะให้อภัยเขา แต่ก็ยอมให้เขาอธิบาย หลังจากนั้นด้วยความรู้สึกรักที่ปลุกขึ้นมาใหม่ซินยี่จึงให้อภัยเขาและทั้งสองก็คืนดีกัน ในขณะเดียวกันดีแลนก็พบว่าพี่สาวที่หายไปนานและพี่น้องทั้งสองก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ซินเยว่ให้อภัยเขาและพวกเขาก็คืนดีกัน ในขณะเดียวกันดีแลนก็พบว่าพี่สาวที่หายไปนานและพี่น้องทั้งสองก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ซินเยว่ให้อภัยเขาและพวกเขาก็คืนดีกัน ในขณะเดียวกันดีแลนก็พบว่าพี่สาวที่หายไปนานและพี่น้องทั้งสองก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

เมื่อคืนเงินให้กับกลอุบายที่ Cun Xi เล่นกับเธอซินยี่ก็โน้มน้าวให้เขาเข้าไปในถังที่เธอชนทำให้เขากลิ้งออกจากเนินเขา เขาตาบอดชั่วคราวทำให้ซินยี่อยู่กับเขาจนกว่าสายตาจะกลับมา มันกลับมาในวันรุ่งขึ้น แต่เขาไม่ได้บอก Xin Yi เพื่อที่จะให้เธออยู่เคียงข้างเขาอีกสักหน่อย แน่นอนว่าเธอเปิดโปงปริศนาของเขา เธอรู้ตัวว่าเขาหลอกเธออีกแล้ว แต่ยอมรับกับตัวเองว่าเธอยังมีความรู้สึกกับเขา เธอไปพบแพทย์เพื่อดูว่าสามารถตั้งครรภ์ได้อีกหรือไม่ แต่มีคนบอกว่าโอกาสที่เธอจะต้องคลอดตามกำหนดค่อนข้างต่ำเนื่องจากการแท้งบุตร ต่อมาในวันนั้น Cun Xi ขอ Xin Yi แต่งงานกับเขา แต่เธอปฏิเสธเมื่อรู้ว่าย่าของ Cun Xi ต้องการทายาทรุ่นที่สิบของตระกูล Ji มากแค่ไหน น่าเศร้าที่เธอเลือกที่จะบอก Cun Xi ว่าเธอต้องการมีความสัมพันธ์กับ Dylan เพราะเธอพบว่าเขาเหมาะสมกว่า ด้วยการชักชวนของ Cun Xi และการสนับสนุนจากครอบครัวของทั้งคู่ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้และจัดงานแต่งงานอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ป่วยและในขณะที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเธอได้รู้ว่าเธอเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินการตามวาระ ต่อจากนั้นซินยี่รู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์และให้กำเนิดทารกโดยพวกเขาตั้งชื่อว่าจีเหนียนรีเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความทรงจำที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดที่เธอและคุนซีมีร่วมกัน

Posted in หนังจีนดูได้ทั้งคืน, แบ่งปันความสุขให้คุณ | Tagged , , , , , , , , , , | Comments Off on Fated to Love You (2008 TV series)

Autumn’s Concerto 下一站,幸福

ละครซีรีส์ที่นำแสดงโดยอันอี่เซวียน , แอนซูและแวนเนสวูของF4 ผลิตโดยSanlih E-Televisionและกำกับโดย Wei-ling Chen ซีรีส์นี้ถ่ายทำตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงธันวาคม 2552

ซีรีส์นี้ออกอากาศครั้งแรกในไต้หวันทางTaiwan Television (TTV) ฟรีในวันอาทิตย์เวลา 22:00 น. – 23:30 น. ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2552 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2553 นอกจากนี้ยังฉายในเครือข่ายเคเบิลSanlih E – รายการโทรทัศน์ในวันเสาร์เวลา 21:00 น. – 22:30 น. ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2552 ถึง 6 มีนาคม 2553

Autumn's Concertoได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลการตลาดยอดเยี่ยมในงาน Golden Bell Awards ครั้งที่ 45ในปี 2010 ในไต้หวัน รายการนี้ยังทำลายสถิติด้วยเรตติ้งสูง ตอนที่ 18 (ออกอากาศ 31 มกราคม 2010) ประสบความสำเร็จคะแนน 8.23 ที่ผ่านเจ้าชายใครจะกลายเป็นกบที่จะกลายเป็นละครไอดอลชาวไต้หวันสองที่สูงที่สุดอันดับที่สองเท่านั้นที่โชคที่จะรักคุณ Autumn's Concerto ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์KIKUของฮาวายทุกวันเสาร์เวลา 19.00 น.

เรื่องย่อ
Ren Guang Xi ( Vanness Wu ) เป็นนักศึกษากฎหมายที่มีแม่เป็นคณบดีของวิทยาลัย เขามีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบากและขจัดความโกรธที่มีต่อโลกโดยการรังแกผู้อื่นและใช้ประโยชน์จากตำแหน่งของแม่ Liang Mu Cheng ( Ady An ) ก็มีอดีตอันโหดร้ายเช่นกัน แต่ก็ยังพยายามปกป้องแม่เลี้ยงของเธอจากการรู้ว่าแฟนของแม่ของเธอล่วงละเมิดทางเพศเธอ เหลียงสมัครเข้าวิทยาลัยเพื่อหลีกเลี่ยงการล่วงละเมิดนี้

กวงซีและมู่เฉิงพบข้อพิพาทเกี่ยวกับรถยนต์ กวงซีเชื่อว่ามู่เฉิงเป็นคนหลอกลวงและเขาสาบานว่าจะทำให้เธอแสดงสีที่แท้จริงของเธอ จากนั้นกวงซีก็พนันกับเพื่อน ๆ ว่าเขาสามารถให้มู่เฉิงจูบเขาได้ภายใน 24 ชั่วโมง เขาขอมู่เฉิงออกไปและแม่เลี้ยงของเธอบังคับให้มู่เฉิงไปเดทเนื่องจากเธอกลัวว่ากวงซีจะปิดโรงอาหารของโรงเรียนซึ่งเธอเป็นเจ้าของร่วม มู่เฉิงมีปัญหากับตัวเองเนื่องจากกวงซีขู่ว่าจะให้ฮัวโต๋เย่อ ( คริสวู ) เพื่อนสนิทของเธอถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะเขาให้หนังสือมู่เฉิงจากห้องสมุดของโรงเรียน

กวงซีชนะพนันส่วนมู่เฉิงกลับบ้านไปหาแม่เลี้ยงของเธอซึ่งสนับสนุนให้มู่เฉิงขายร่างกายของเธอ เธอยังล้อเลียนความอยากเล่นเปียโนของมู่เฉิงอีกครั้ง มู่เฉิงรีบออกจากบ้านด้วยความโกรธและวิ่งไปที่วิทยาลัย เธอพบเปียโนอยู่ในนั้นและเล่น Air ใน G String โดย Bach กวงซีหลับอยู่ในห้องได้ยินเธอและนึกถึงพ่อของเขาที่ฆ่าตัวตายเมื่อหลายปีก่อน เขาบังคับให้มู่เฉิงหยุดและกล่าวโทษเธออีกครั้งว่าถูกหลอกลวง จากนั้นเขาก็พยายามทำให้มู่เฉิงถอดเสื้อผ้า แต่ก็หยุดเมื่อเธอเริ่มร้องไห้

กวงซีขอให้เธอเริ่มเล่นเปียโนให้เขาทุกคืน พ่อเลี้ยงของมู่เฉิงเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดเตรียมและใช้ประโยชน์จากมัน เมื่อกวงซีไม่อยู่เขาเข้าไปในห้องดนตรีและพยายามข่มขืนมู่เฉิง แต่ถูกแม่เลี้ยงของมู่เฉิงและกวงซีจับได้ พ่อเลี้ยงของมู่เฉิงพยายามที่จะตำหนิมู่เฉิง แต่กวงซีรู้ว่าเขาโกหกและโรงเรียนก็เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่ามู่เฉิงเป็นผู้บริสุทธิ์หรือมีความผิดศาลสอบสวนความจริงจึงจัดขึ้นที่โรงเรียนเพื่อค้นหาความยุติธรรม Guang Xi เป็นตัวแทนของ Mu Cheng ในฐานะทนายความของเธอ ทูเย่พบหลักฐานและนำเสนอต่อศาลซึ่งจะช่วยให้ชนะคดี

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อแม่ของกวงซีไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ของลูกชายของเธอกับมู่เฉิงและเธอบังคับให้มีความสัมพันธ์แบบคลุมถุงชนระหว่างกวงซีและเหอยี่เฉียน ( แอนฮซู ) กวงซีพบในภายหลังว่าเขามีเนื้องอกในสมองซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมของเขา ในตอนนี้โอกาสในการรอดชีวิตต่ำมากเว้นแต่เขาจะได้รับการผ่าตัดใหม่ที่พ่อของ He Yi Qian บุกเบิก อย่างไรก็ตามเพื่อที่จะได้รับการผ่าตัดเขาต้องออกจาก Mu Cheng และแต่งงานกับ Yi Qian เขาปฏิเสธ แต่มู่เฉิงค้นพบและต้องการให้กวงซีได้รับการผ่าตัดช่วยชีวิตเธอจึงทิ้งเขาไปภายหลังพบว่าเธอท้องกับลูกชายของเขา

หกปีผ่านไปและมู่เฉิงใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ กับเธอและเสี่ยวเล่อลูกชายของกวงซี ระหว่างการผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตกวงซีสูญเสียความทรงจำและจำมู่เฉิงไม่ได้เลย ตอนนี้เขาหมั้นกับ Yi Qian และกลายเป็นทนายความที่ประสบความสำเร็จ กวงซีเริ่มฟื้นความทรงจำหลังจากรับคดีที่เขาปกป้องลูกค้าจากข้อหาข่มขืน หลังจากชนะคดีเขาได้ยินลูกค้าพูดถึงเหยื่ออย่างไม่พอใจและเริ่มจำสิ่งที่เกิดขึ้นกับมู่เฉิง ด้วยความโกรธแค้นเขากลายเป็นความรุนแรงกับลูกค้าของเขาและด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกตัดสินให้ทำงานบริการชุมชน 240 ชั่วโมงในเมืองเดียวกับที่ Mu Cheng และ Xiao Le อาศัยอยู่เขาสร้างความผูกพันที่แน่นแฟ้นกับ Xiao Le และ Mu Cheng ก็ได้รับการเตือนใจ ทำไมเธอถึงรักเขา

หลังจากรับใช้ชุมชนสิบวันกวงซีก็จากไปและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ในวันแต่งงานของเขากับ Yi Qian เขาพบการ์ด SD ในสร้อยข้อมือที่อยู่กับเขามาหกปี การ์ดมีรูปถ่ายของเขาและมู่เฉิงซึ่งทำให้เขาฟื้นความทรงจำทั้งหมด หลังจากรู้ว่า Xiao Le ต้องเป็นลูกชายของเขาและจำได้ว่า Mu Cheng ทิ้งเขาไป Guang Xi ก็ขมขื่นและอาฆาตแค้นบอก Mu Cheng ว่าเธอต้องแต่งงานกับเขาไม่เช่นนั้นเขาจะแย่ง Xiao Le ไป

ระหว่างเดินทางกับกวงซีมู่เฉิงพบว่าถัวเย่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าหัวหน้าแก๊ง เธอและแม่ของ Tuo Ye ขอร้องให้ Guang Xi ปกป้อง Tuo Ye และเขาก็ตกลงอย่างไม่เต็มใจ เขาพบว่าฆาตกรตัวจริงหญิงสาวที่ถูกแก๊งลักพาตัวไปและถูกทารุณกรรมด้วยการใช้ยาที่ไม่ต้องการ กวงซีตั้งใจที่จะหย่ากับมู่เฉิงเนื่องจากเขาเชื่อว่าเธอรักกับถัวเย่ แต่ถัวเย่บอกความจริงว่าทำไมมู่เฉิงถึงทิ้งเขาไป อย่างไรก็ตามกวงซียังคงส่งเอกสารการหย่าร้างของมู่เฉิง แต่ลูกชายของพวกเขาบังคับให้พวกเขาเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริง

แคสต์
นักแสดงหลัก
Ady An รับบทเป็น Liang Mu Cheng นางเอกหลักซึ่งเป็นเด็กสาวที่หลงรัก Ren Guang Xi
Vanness Wu รับบท Ren Guang Xi ทนายความที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จซึ่งตกหลุมรัก Liang Mu Cheng
Ann Hsu รับบท He Yi Qian คู่หมั้นของ Guang Xi และกุมารแพทย์ที่ประสบความสำเร็จ
Chris Wu รับบทเป็น Hua Tuo Ye เพื่อนที่ดีที่สุดของ Mu Cheng
Xiao Xiao Bin รับบทเป็น Xiao Le (หรือ Liang Xiao Le หรือ Ren Xiao Le) ลูกชายของ Mu Cheng และ Guang Xi

Posted in หนังจีน | Tagged , , , | Comments Off on Autumn’s Concerto 下一站,幸福

เรื่องย่อ ตำนานรักนางจิ้งจอก (Gumiho: Tale of the Fox’s Child) ตอนที่ 8

ดูซูคิดว่าซานแต็กกำลังได้รับบาดเจ็บ จึงบอกให้คุณและยอนอีหลบเจ้าหน้าที่อยู่ที่บ้านของตนก่อนเพื่อให้ความปลอดภัย   ซานแต็กปฏิเสธโดยอ้างว่าหากคุณและลูกอยู่ที่นี่อาจมีเจ้าหน้าที่บุกเผ่านาตรวจค้นอีก ทันใดนั้น สาวใช้นางหนึ่งก็ร้องเรียกดูซูด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ปรากฏว่าโชอ๊กตกบันไดและนอนชักอยู่บนพื้น ซานแต็กเห็นดังนั้นจึงช่วยรักษาอาการชักให้ โดยบอกว่าลูกของคุณก็เคยชักคุณจึงรู้จักวิธีกดจุด เมียของดูซูกล่าวขอบคุณซานแต็กที่ช่วยชีวิตบุตรสาวตน จากนั้นร้องเรียกโชอ๊กให้ฟื้นคืนสติ อยู่ๆ โชอ๊กก็ลุกขึ้นยืนตัวแข็งและลืมตาโพลง คนแรกที่โชอ๊กเห็นคือยอนอีซึ่งยืนแอบอยู่ทางด้านหลังแม่ด้วยความหวาดกลัว 

พี่เลี้ยงโชอ๊กดีใจจนออกนอกหน้าที่เห็นคุณหนูของตนลืมตา เมื่อรู้ว่าโชอ๊กกลับมามองเห็นได้อีกทีทั้งดูซูและเมียก็พากันดีใจจนลืมเรื่องของซานแต็กและยอนอีไปชั่วขณะ  ดูซูถามลูกว่าทำไมอยู่ๆ ถึงลืมตาได้ โชอ๊กบอกว่าคุณได้ยินเสียงลูกกระพรวนดังแว่วมาแต่ไกล เหมือนมันกำลังร้องเรียกคุณ พอคุณลืมตาก็เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า ดูซูนึกถึงคำพูดของมานชินที่บอกว่าโชอ๊กจะเห็นเด็กผู้หญิงที่เกิดวันเดือนปีเดียวกันกับคุณเป็นคนแรกหลังลืมตา จึงรีบไปหาซานแต็กและยอนอีที่เรือนรับรองแต่ภายในห้องว่างเปล่า คงเหลือเพียงเชือกที่ถูกคลายปมและม้วนเป็นวงอย่างมีกฎระเบียบ ดูซูจึงสั่งให้พ่อบ้านโอรีบส่งคนออกติดตามสองแม่ลูก จากนั้นก็รีบควบม้าออกจากบ้านทันที

ก่อนหน้านี้ มานชินเคยกล่าวกับดูซูว่า "มีสิ่งหนึ่งที่ท่านต้องจำเอาไว้ ท่านต้องเก็บเรื่องที่ข้ากำลังจะบอกไว้เป็นความลับจนกว่าจะถึงวันทำพิธี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้โดยเด็ดขาด อันที่จริง ถึงข้าจะไม่ร้องขอ ท่านเองก็คงยากที่จะปริปากบอกใคร… เมื่อเด็กผู้หญิงคนนั้นอายุครบ 10 ปีในอีก 3 เดือนข้างหน้า หากคุณหนูโชอ๊กได้กินตับของนาง คุณหนูก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไป" 
* เนื้อหาโดย luvasianseries 
ดาราหนังนำ
ฮัน อึนจอง
รับบท กู ซานเต็ก (จิ้งจอกเก้าหาง)
จาง ฮยอนซอง
รับบท ยูน ดูซู
คิม ยูจอง
รับบท ยอนอี
ซอ ชินเอ
รับบท ยูน โชอ๊ก

Posted in แบ่งปันความสุขให้คุณ | Tagged , , , | Comments Off on เรื่องย่อ ตำนานรักนางจิ้งจอก (Gumiho: Tale of the Fox’s Child) ตอนที่ 8